มือกระบี่ที่แท้นั้นไม่ต้องจับดาบ – ประสบการณ์ชีวิต (4)


สุชาญ โกศิน ประธานกรรมการ บริษัท Management Consultant International  จำกัด ( M.C.I. ) พี่ใหญ่ในวงการ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ( Human Resources  )  อดีต นายกสมาคมการบริหารงานบุคคลแห่งประเทศไทย ที่ล่วงลับกลับบ้านเก่าไปนานหลายปีแล้ว ได้เขียน คำนิยม ให้ไว้ว่า

“…ในบรรดาหนังสือสารพัดอย่าง ที่ผมมีอยู่นับพันเล่ม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นั้น มีอยู่เพียงไม่กี่เล่ม ที่ผมอ่านอย่างจริงจัง และ อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ และ แน่นอน หนังสือ ประสบการณ์ชีวิต ของ คุณไพบูลย์ สำราญภูติ ที่เจ้าตัวกรุณาส่งมาให้ผมอ่าน เป็นเล่มหนึ่งในจำนวนนั้น ที่ผมต้องอ่านและศึกษาอย่างละเอียดลออ และให้ความสนใจมาก ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลหลายๆประการ คือ

  1. ผมรู้จัก คุณไพบูลย์ สำราญภูติ มาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ก็รู้จักแค่ชื่อและผลงาน เพิ่งจะได้มามีโอกาสรู้จักใกล้ชิดจริงๆ ก็เมื่อผมไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและฝ่ายบุคคล ของ บริษัท วอร์เนอร์ – แลมเบิท ( ประเทศไทย ) และบริษัทในเครือ ในราวปี 2517 – 2520 เพราะได้เชิญ คุณไพบูลย์ ไปบรรยายให้พนักงานขายของบริษัทฟังหลายครั้ง
  2. ผมได้มีโอกาสอ่านงานแปลของ คุณไพบูลย์ แทบทุกเรื่อง ( เพราะ คุณไพบูลย์ กรุณาส่งไปให้ แต่ที่ซื้อเองบ้าง ก็มีบ้างนะ ) และแต่ละเรื่อง ก็น่าสนใจทั้งสิ้น
  3. เมื่อตอนที่ คุณไพบูลย์ เป็น นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ผมก็ได้รับเกียรติเป็นที่ปรึกษาด้วย และในระยะหลังๆ ก็ได้มีโอกาสพบปะ สนทนากันอย่างใกล้ชิดตลอดมา จนมีความรู้สึกเหมือนเป็นพี่น้องกัน
  4. หนังสือ ประสบการณ์ชีวิต เล่มนี้ คุณไพบูลย์ ได้เขียนจากประสบการณ์จริงๆ มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแทรกอยู่ในตัว เป็นชีวิตอีกชีวิตหนึ่งที่น่าศึกษา และมีหลายข้อความที่สามารถนำเอาไปใช้ได้เป็นอย่างดี เพราะการศึกษานั้น จะต้องศึกษาทั้งในแง่ของ ความสำเร็จ และ ความล้มเหลว ตลอดจนสภาพการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง และมีผลกระทบต่อการทำงาน

คุณไพบูลย์ ได้จำลองภาพออกมาเป็นข้อเขียนได้ชัดเจนมาก ผมเองขนาดที่ว่าผ่านโลกมานาน ผ่านงานมาไม่น้อย เคยคุมคนเป็นร้อยเป็นหมื่น แต่เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ก็บอกได้ว่า ได้รับประโยชน์มาก คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปในการอ่าน

ดังนั้น ผมจึงขอสรุปว่า  ประสบการณ์ชีวิต ของ คุณไพบูลย์ สำราญภูติ เป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่มีคุณค่า ในการอ่านอย่างแท้จริง เมื่อท่านอ่านจบแล้ว ท่านคงจะต้องเห็นด้วยกับผมอย่างแน่นอน และผมก็หวังว่า คงจะได้อ่าน ประสบการณ์ชีวิต ตอนที่สอง ของ คุณไพบูลย์ สำราญภูติ อีก ในเวลาอีกไม่นานเกินรอนัก…”

ส่วน มานิต รัตนสุวรรณ อดีตนายกสมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย และ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ที่รู้จักคุ้นเคยกันมานานหลายสิบปี ก็เขียน คำนิยม ให้ว่า

เขาบอกว่ามือกระบี่ที่แท้นั้นไม่ต้องจับดาบ เพียงหยิบเศษไม้ขึ้นมา ก็กลายเป็นดาบ ที่แม้คู่ต่อสู้ ก็มิกล้าจะเข้าต่อกร เพราะดาบของนักดาบที่แท้นั้น หาได้อยู่ที่เหล็กแท่งน้อยๆ ซึ่งเรียกว่าเป็นดาบไม่ แต่อยู่ที่หัวใจอันเหี้ยมหาญ และ ประสบการณ์ที่สร้างสม บ่มจนกลายเป็นปัญญา และ ยอดวิชา ที่คมกริบ แม้มีมือเปล่าก็สามารถทำลายศัตรูได้ในพริบตา เขาจึงเรียกกันว่า ดาบอยู่ที่ใจ

ผมรู้จัก คุณไพบูลย์ สำราญภูติ ตั้งแต่เป็นนักดาบรุ่นแรก ที่มาร่ายรำอยู่ในยุทธจักรนักขาย ใช้ฝีมือเป็นดาบอันคมกริบ ทุกๆ ปีที่ผ่านไป ผมก็เห็นฝีดาบ ของคุณไพบูลย์ ยิ่งคมขึ้นทุกวัน ยิ่งฟันเท่าไหร่ แทนที่จะทื่อ กลับยิ่งพริ้งพรายและเฉียบขึ้น ใครจะพูดถึง คุณไพบูลย์ อย่างไร แต่ผมก็รัก คุณไพบูลย์ ของผมมากขึ้นตลอดและไม่เคยเปลี่ยนแปลง เพราะผมรักที่ใจของ คุณไพบูลย์ ที่มีแต่ น้ำใสใจจริง อันบริสุทธิ์ ต่อเพื่อนฝูง มีแต่ใจที่จะให้กับ สังคม บุคคลแวดล้อมและครอบครัว

คุณไพบูลย์ ไม่เคยใช้ดาบทำร้ายใคร แต่ตรงกันข้าม จะใช้ยกย่องบุคคลในอดีตที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าบางครั้งการเล่าถึงอดีตจะทำให้ปลายดาบต้องไปสะกิดแผล ทำให้คนเจ็บปวดบ้าง แต่ คุณไพบูลย์ ก็พูดด้วย ความจริง และจากใจจริง

ปกติแล้วผมว่าคนเราที่จะกล้าเล่าประวัติของตัวเองออกมาเป็นตัวหนังสือ จะต้องมีความบ้าบิ่นพอสมควร เพราะถ้าเขียนผิดไปจากความจริง จะต้องมีคนทักท้วงและไม่เห็นด้วย แต่ถ้าเป็น ความจริงใครจะปฏิเสธได้

ผมเชื่อในความตั้งใจจริงของ คุณไพบูลย์  ว่า ต้องการเอา ประสบการณ์ ที่ร่ายรำมาในยุทธจักร จนบาดแผลเต็มตัว แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ก็อยากให้น้องๆรุ่นหลัง จงจดจำตัวอย่างในทางที่ดีและจะได้ไม่ต้อง บาดเจ็บ หรือ เสียเวลา อย่างพี่ๆ (ในบางครั้ง) นี่คือความตั้งใจ อันเป็นกุศลสูงสุด การถ่ายทอดวิชา โดยไม่ปิดบังนักธุรกิจปัจจุบัน หายากที่จะใจกว้างดั่งนี้

ผมนั่งอ่านต้นฉบับของ คุณไพบูลย์ ตั้งแต่บรรทัดแรกด้วยความตั้งใจและรู้สึกชื่นชมที่ คุณไพบูลย์ ช่างอุตส่าห์จดจำรายละเอียดไว้ จนผมแปลกใจ นี่ท่านทำได้อย่างไร

หลายตอนให้ความรู้สึกสะท้อนที่ดี เพราะชีวิต คุณไพบูลย์ มาจาก ศูนย์ แล้วก็มาทำคะแนน สร้างชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูลของตนเอง จนเด่นดังในยุทธจักร น่าภูมิใจแทนพี่ๆ น้องๆ

หลายตอนก็น่าจะเป็นกำลังใจสำหรับบรรดา ครู ทั้งหลาย เพราะ คุณไพบูลย์ มีพื้นฐานมาทาง ครู ซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นอาชีพที่คนมองข้ามและให้เกียรติน้อยลง ก็เพราะเหตุนี้เองที่บ้านเมืองมันวุ่นวายไร้ระเบียบวินัย และคนมีจิตใจต่ำลงทุกวัน ก็เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยไม่เคารพครู

เมื่อก่อนนี้ครู คือ บุญคุณอันสูงสุด เป็นพระคุณที่สุดทดแทนทุกปี เราจึงมีวันไหว้ครู นักมวยจะรำมวยก็ต้องไหว้ครู โขนจะแสดงก็ต้องไหว้ครู ทุกๆ เช้านักเรียนเข้าห้อง เขาก็จะยืนเคารพ ครู และร้องพร้อมกันว่า สวัสดีครับคุณครู

เมื่อคุณครูเดินผ่าน เราจะหยุดแสดงความเคารพ แต่เดี๋ยวนี้ผมเห็นนักเรียนเดินชนไหล่ครูเฉยๆ นักเรียนประท้วงครู นักเรียนจีบครู แล้วนักเรียนดูถูกครู เพราะครู ขึ้นรถเมล์ต๊อกต๋อย แต่นักเรียนนั่งรถเก๋งคันงาม

แต่ ครู อย่าง คุณไพบูลย์ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ครู นั้น ก็ เก่งจริง ไม่ใช่เก่งแต่ปาก หากจะมาทำธุรกิจ จะมาเป็น ยอดนักเขียน ครู ก็ทำได้ และน่าจะกลายเป็น ฮีโร่ ของ ครู อีกคนหนึ่ง

ผมมีเรื่องอยากเขียนถึง คุณไพบูลย์ อีกมากมาย แต่เกรงว่า เดี๋ยวหนังตัวอย่าง จะเปิดเผยเสียหมด ต้องเก็บดีๆเอาไว้ให้ท่านผู้อ่าน อ่านเอาเองจากต้นฉบับ ซึ่ง คุณไพบูลย์ เขียนด้วยดวงใจ ทั้งหมดนี้

อ่านแล้ว ท่านจะรัก คุณไพบูลย์ อย่างที่ผมรักทุกวันนี้

สวัสดี ครับ คุณครู

+ There are no comments

Add yours